ฉันถูกแม่เลี้ยงใจร้ายบังคับให้แต่งงานกับมหาเศรษฐีพิการเพื่อใช้หนี้ของพวกเขา แต่ในคืนแรกของเรา เมื่อฉันอุ้มเขาแล้วเราทั้งคู่ล้มลง ฉันกลับค้นพบความลับที่น่าตกตะลึงซึ่งเปลี่ยนทุกอย่างไปตลอดกาล
### การเสียสละของลูกเลี้ยง
ฉันชื่อคลาร่า อายุยี่สิบสามปี
ตั้งแต่พ่อเสียชีวิต ชีวิตของฉันก็กลายเป็นนรกภายใต้การควบคุมของแม่เลี้ยง มาทิลดา และซินดี้ ลูกสาวคนโปรดของเธอ
พวกเขาปฏิบัติกับฉันราวกับคนรับใช้ในบ้านของตัวเอง
ขณะที่พวกเขาใช้ชีวิตหรูหราด้วยทรัพย์สมบัติที่พ่อทิ้งไว้
แต่ไม่นาน เงินทั้งหมดก็หมดไป
เพราะการพนันและการซื้อเครื่องประดับราคาแพง
จนพวกเขาเป็นหนี้ก้อนโต
และเพื่อช่วยตัวเอง
พวกเขาจึงขายฉัน
มาทิลดาตกลงให้ฉันแต่งงานกับมาเตโอ กัสติโย ทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลมหาเศรษฐีกัสติโย
ทั้งประเทศต่างรู้จักชื่อของมาเตโอ
เมื่อสองปีก่อน เขาประสบอุบัติเหตุร้ายแรง
จนเป็นอัมพาตตั้งแต่เอวลงไป
พูดแทบไม่ได้
และมีอาการป่วยเรื้อรังอย่างหนัก
ไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากแต่งงานกับเขา
มาทิลดาจึงใช้โอกาสนี้รับเงินห้าสิบล้านเปโซ
เพื่อแลกกับการที่ฉันจะเป็นทั้ง “ภรรยา” และ “พยาบาล” ของมาเตโอ
“หยุดร้องไห้ได้แล้ว คลาร่า!”
มาทิลดาพูดอย่างเย็นชา ขณะช่วยสวมชุดเจ้าสาวเรียบง่ายให้ฉัน
“อย่างน้อยแกก็ยังมีประโยชน์บ้าง!”
“ไปดูแลคนพิการคนนั้นซะ แล้วทำให้แน่ใจว่ามรดกของเขาจะตกมาถึงพวกเราเมื่อเขาตาย!”
ฉันทำได้เพียงร้องไห้เงียบ ๆ
### งานแต่งงานอันเย็นชา
พิธีแต่งงานจัดขึ้นอย่างเป็นส่วนตัว
และนั่นคือครั้งแรกที่ฉันได้พบมาเตโอ
เขานั่งอยู่บนรถเข็นราคาแพง
ก้มหน้าลง
ดูอ่อนแออย่างยิ่ง
ริมฝีปากซีดเซียว
ดวงตาไร้อารมณ์
แต่ภายใต้สภาพนั้น
ฉันมองเห็นความเศร้าลึก ๆ ในแววตาของเขา
ฉันสงสารเขา
เพราะเราสองคนต่างก็เป็นเหยื่อของความโลภจากคนรอบตัวเหมือนกัน
หลังพิธีจบลง
พวกเราถูกพาไปยังคฤหาสน์อันหรูหราของตระกูลกัสติโย
เหล่าคนรับใช้พาเราเข้าไปในห้องนอนใหญ่
แล้วจากไป
เหลือเพียงเราสองคนตามลำพัง
แม้ฉันจะหวาดกลัวและกังวลกับอนาคตที่รออยู่
แต่ฉันก็เดินเข้าไปหาเขาด้วยความเมตตา
ฉันคุกเข่าลงตรงหน้าเขา
และจับมือที่เย็นเฉียบของเขาไว้
“คุณมาเตโอ…”
ฉันพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ฉันชื่อคลาร่าค่ะ”
“ไม่ต้องกังวลนะคะ”
“ถึงฉันจะถูกบังคับให้แต่งงานกับคุณเพราะแม่เลี้ยงของฉัน”
“แต่ฉันสัญญาว่าจะดูแลคุณอย่างดีที่สุด”
“ฉันจะไม่ทอดทิ้งคุณ”

เขามองฉัน
มีประกายบางอย่างวาบผ่านดวงตาของเขา
แต่เขายังคงเงียบ
คืนแรกกับความลับใต้รอยพับของร่างกาย
เวลาล่วงเลยไปจนเกือบเที่ยงคืน ไฟในคฤหาสน์ดับลงเกือบหมดแล้ว มาเตโอยังคงนั่งนิ่งอยู่บนรถเข็น ร่างกายของเขาดูผอมบางและเปราะบางเหลือเกินในชุดเจ้าบ่าว ฉันรู้ว่าเขาคงเหนื่อยล้าจากงานแต่งงานมาทั้งวัน จึงตัดสินใจที่จะช่วยพยุงเขาขึ้นไปพักผ่อนบนเตียงใหญ่
“ฉันจะช่วยคุณพยุงตัวขึ้นเตียงนะคะ คุณมาเตโอ” ฉันกระซิบอย่างระมัดระวัง
ฉันเดินเข้าไปใกล้ โอบแขนรอบแผ่นหลังและใต้ข้อพับขาของเขา สูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วออกแรงยก ร่างกายของเขาดูมีน้ำหนักมากกว่าที่ตาเห็น และในจังหวะที่ฉันกำลังจะวางเขาลงบนเตียง เท้าของฉันเกิดสะดุดเข้ากับมุมพรมหรูหราอย่างจัง
“วาย!”
ฉันอุทานด้วยความตกใจ ร่างของเราทั้งคู่เสียหลัก ลอยเคว้งกลางอากาศ ก่อนจะล้มกระแทกลงบนพื้นพรมข้างเตียงอย่างแรง ตัวของฉันทับอยู่บนร่างของเขาเต็ม ๆ หัวใจของฉันเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนก กลัวว่ากระดูกของเขาจะหักหรือบาดเจ็บซ้ำจากอุบัติเหตุครั้งนี้
“คุณมาเตโอ! คุณเป็นอะไรไหมคะ? ฉันขอโทษ—”
ฉันรีบลุกขึ้นพยักหน้าถามด้วยความลนลาน แต่คำพูดทั้งหมดกลับกลืนหายลงไปในลำคอ เมื่อมือของฉันที่ยังคงวางอยู่บนแผ่นหลังของเขา สัมผัสได้ถึงบางอย่างที่ผิดปกติอย่างมหันต์
กล้ามเนื้อหลังของเขา… แน่นตึงและแข็งแกร่งราวกับนักกีฬา
และสิ่งที่ทำให้ฉันแทบหยุดหายใจ คือในจังหวะที่ล้มลงไปนั้น สัญชาตญาณดิบของมนุษย์ทำให้เรียวขาของเขา—ขาที่ควรจะเป็นอัมพาตและไร้ความรู้สึก—กลับตวัดล็อกพยุงตัวฉันไว้ไม่ให้หัวกระแทกพื้นอย่างรวดเร็วและแม่นยำ!
ก่อนที่ฉันจะได้ร้องทัก มือใหญ่ที่เคยสั่นเทาและอ่อนแรงก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือของฉัน ล็อกไว้แน่นหนาราวกับคีมเหล็ก ดวงตาที่เคยไร้อารมณ์และเหม่อลอยคู่นั้น บัดนี้กลับเปล่งประกายคมกริบและดุดันราวกับพญาอินทรี
“คุณ…” ฉันครางเสียงแผ่ว
มาเตโอขยับริมฝีปาก พลิกตัวกดร่างของฉันลงกับพื้นอย่างรวดเร็ว น้ำเสียงทุ้มลึก ทรงพลัง และชัดเจนอย่างที่สุดดังก้องขึ้นในความมืด ไม่มีความแหบพร่าหรือพิการเลยแม้แต่น้อย
“ถ้าอยากมีชีวิตรอด… อย่าร้อง”
หน้ากากของมหาเศรษฐี
ฉันเบิกตากว้าง พยักหน้ารับด้วยความสับสนและหวาดกลัว มาเตโอค่อย ๆ ปล่อยมือฉัน เขาพยุงตัวลุกขึ้นยืนด้วยขาของตัวเองอย่างมั่นคง ก่อนจะเดินไปล็อกประตูห้องนอนและปิดม่านลงจนสนิท ภาพมหาเศรษฐีพิการผู้อ่อนแอสลายหายไปต่อหน้าต่อตา เหลือเพียงชายหนุ่มรูปงามผู้น่าเกรงขาม
“คุณไม่ได้พิการ…” ฉันกระซิบ มือยังคงสั่น
“ฉันเคยบาดเจ็บจริง แต่รักษาหายดีมาปีกว่าแล้ว” มาเตโอนั่งลงบนขอบเตียง มองฉันด้วยสายตาที่อ่อนลง “ที่ฉันต้องแกล้งเป็นอัมพาตและพูดไม่ได้ เพราะนั่นเป็นวิธีเดียวที่ฉันจะกระชากหน้ากากของคนที่อยู่เบื้องหลังอุบัติเหตุเมื่อสองปีก่อนได้… อาแท้ ๆ ของฉันเอง เขาต้องการฮุบบริษัท และพยายามจะวางยาพิษฉันซ้ำในโรงพยาบาล”
เขาสารภาพว่า คฤหาสน์หลังนี้เต็มไปด้วยสายสืบของอาเขา การแกล้งเป็นคนพิการที่กำลังจะตายทำให้พวกมันตายใจ และงานแต่งงานครั้งนี้ก็ถูกจัดขึ้นเพื่อหาทางบีบให้เขาเซ็นมอบมรดก
“แล้วคุณแต่งงานกับฉันทำไม?” ฉันถาม
“ตอนแรกฉันคิดว่าเธอคือคนของอาฉัน หรือไม่ก็ผู้หญิงหน้าเงินที่แม่เลี้ยงส่งมาเพื่อปอกลอก” มาเตโอมองลึกเข้ามาในตาฉัน “แต่คำพูดของเธอเมื่อครู่… สายตาของเธอตอนที่มองฉัน มันทำให้ฉันรู้ว่าเธอไม่เหมือนคนพวกนั้น เธอก็แค่เหยื่อที่ถูกความโลภของครอบครัวทำร้ายเหมือนกัน”
เกมสวนกลับของสองสามีภรรยา
ความกลัวในใจของฉันอันตรธานหายไป ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด ยี่สิบสามปีที่ผ่านมาฉันต้องยอมจำนนต่อมาทิลดามาตลอด แต่วันนี้ ตรงหน้าฉันคือผู้ชายที่มีอำนาจล้นฟ้า และเขากำลังยื่นมือมาฉุดฉันขึ้นจากนรก
“เธออยากแก้แค้นพวกมันไหม คลาร่า?” มาเตโอยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันตราย “เล่นละครเป็นภรรยาและพยาบาลของฉันต่อไป ช่วยฉันตบตาคนพวกนั้น แล้วเมื่อทุกอย่างจบลง… ฉันจะทำให้แม่เลี้ยงกับลูกสาวของเธอต้องชดใช้ในสิ่งที่ทำกับเธออย่างสาสม”
ฉันมองมือที่เขายื่นมา ตรงหน้าคือโอกาสเดียวที่จะเปลี่ยนชีวิต ฉันยิ้มบาง ๆ ก่อนจะวางมือลงบนฝ่ามือหนาของเขา
“ตกลงค่ะ… คุณสามี”
นับจากคืนนั้นเป็นต้นไป เกมการล้างแค้นอันแยบยลได้เริ่มต้นขึ้น มาทิลดาและซินดี้คิดว่าพวกเธอได้เงินห้าสิบล้านเปโซและกำลังจะฮุบสมบัติตระกูลกัสติโยอย่างผู้ชนะ โดยไม่รู้เลยว่า พวกเธอกำลังก้าวขาเข้าสู่กับดักของ “มหาเศรษฐีไร้ค่า” และ “ลูกเลี้ยงหัวอ่อน” ที่พร้อมจะบดขยี้พวกเธอให้จมดินโดยไม่มีทางสู้!
…