Posted in

ฉันแกล้งทำเป็นเดินทางไปต่างประเทศ แต่ความจริงแล้วฉันซ่อนตัวอยู่ในห้องลับภายในคฤหาสน์ของตัวเอง เพื่อเฝ้าดูว่าคู่หมั้นของฉันปฏิบัติต่อลูกทั้งสามคนอย่างไร ภาพที่ฉันได้เห็นท่ามกลางความมืดนั้นได้บดขยี้หัวใจของฉันจนแหลกสลาย และปลุกสัตว์ร้ายในตัวฉันให้ตื่นขึ้น จนทำลายชีวิตของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี

ฉันแกล้งทำเป็นเดินทางไปต่างประเทศ แต่ความจริงแล้วฉันซ่อนตัวอยู่ในห้องลับภายในคฤหาสน์ของตัวเอง เพื่อเฝ้าดูว่าคู่หมั้นของฉันปฏิบัติต่อลูกทั้งสามคนอย่างไร ภาพที่ฉันได้เห็นท่ามกลางความมืดนั้นได้บดขยี้หัวใจของฉันจนแหลกสลาย และปลุกสัตว์ร้ายในตัวฉันให้ตื่นขึ้น จนทำลายชีวิตของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี

## พ่อหม้ายและลูกกำพร้า

ผมคือ ดอน กาเบรียล วัลเดรามา อายุสี่สิบปี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกลุ่มบริษัทการลงทุนและอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย

เมื่อสามปีก่อน ภรรยาของผมเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ทิ้งผมไว้กับลูกสามคน ได้แก่ ลีโอ ลูกชายคนโตวัย 8 ขวบ และฝาแฝด มายา กับ ลูคัส วัย 5 ขวบ

ลูก ๆ คือทั้งโลกของผม

แต่เพราะผมต้องทุ่มเทเวลาให้กับธุรกิจ ผมจึงเริ่มคิดว่าพวกเขาควรมีแม่คอยดูแล

นั่นคือช่วงเวลาที่ผมได้พบกับ สเตลลา สาวสังคมชื่อดังผู้สวยสง่า

ต่อหน้าผม สเตลลาเปรียบเสมือนนางฟ้า

เธอมักนำของขวัญมาให้เด็ก ๆ กอดพวกเขาด้วยความรัก และพูดถึงอนาคตอันสดใสเสมอ

“ไม่ต้องห่วงนะ กาเบรียล ฉันจะรักและดูแลพวกเขาเหมือนลูกแท้ ๆ ของฉันเอง”

ด้วยความเชื่อใจ ผมจึงมอบสิทธิ์เข้าถึงทรัพย์สินส่วนหนึ่งของผมให้เธอ และให้เธอย้ายเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์ ระหว่างที่เรากำลังเตรียมงานแต่งงาน

แต่ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ผมเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของลูก ๆ

เด็กที่เคยร่าเริงกลับเงียบผิดปกติ

พวกเขามักก้มหน้าและไม่กล้าสบตาใคร

ทุกครั้งที่สเตลลาเดินเข้ามา มายาจะตัวสั่นและรีบไปหลบหลังลีโอ

ครั้งหนึ่ง ผมยังเห็นรอยฟกช้ำบนแขนของลูคัสอีกด้วย

“โอ๊ย ที่รัก พวกเด็ก ๆ ซนเกินไป ล้มในสวนเฉย ๆ ค่ะ” สเตลลาอธิบายพร้อมหัวเราะเบา ๆ

## ห้องลับ

ในฐานะพ่อ สัญชาตญาณของผมไม่เคยสงบ

ผมต้องรู้ความจริงให้ได้

วันหนึ่ง ผมบอกสเตลลาและลูก ๆ ว่าจะเดินทางไปดูไบเพื่อประชุมธุรกิจเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์

“เดินทางปลอดภัยนะคะที่รัก เดี๋ยวฉันดูแลเด็ก ๆ เอง”

สเตลลายิ้มหวานและจูบลาผม

รถของผมมุ่งหน้าไปสนามบินตามปกติ

แต่กลางทาง ผมสั่งให้คนขับพากลับมายังคฤหาสน์ผ่านทางเข้าโรงจอดรถใต้ดินลับ

ไม่มีใครรู้เลย

แม้แต่สเตลลาและเหล่าคนรับใช้

ว่าคฤหาสน์แห่งนี้มีห้องฉุกเฉินลับซ่อนอยู่หลังชั้นหนังสือขนาดใหญ่ในห้องทำงานของผม

ภายในห้องนั้นมีผนังกระจกทางเดียวที่มองเห็นห้องนั่งเล่นทั้งหมด

รวมถึงระบบเข้าถึงกล้องวงจรปิดที่ซ่อนอยู่ทั่วบ้าน

ผมเข้าไปในห้องลับ

ถือถ้วยกาแฟในมือ และเฝ้ามองภาพจากจออย่างเงียบ ๆ

วันแรก สเตลลาสั่งให้คนรับใช้ทุกคนหยุดงาน

วันถัดมา

ตัวตนที่แท้จริงและน่าสะพรึงกลัวของเธอก็ปรากฏออกมา

## ปีศาจหลังหน้ากากนางฟ้า

เวลาสองทุ่ม

สเตลลานั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น พร้อมแก้วไวน์ในมือ และกำลังคุยโทรศัพท์กับเพื่อน

“ยัยเพื่อน อีกไม่นานแฟนโง่ ๆ ของฉันก็จะกลับมาแล้ว ฉันต้องกลับไปแสดงละครเป็นแม่ผู้แสนดีให้เด็กเวรพวกนั้นอีก”

เธอหัวเราะอย่างมีความสุข

“ใช่เลย พอแต่งงานเสร็จและฉันได้ทรัพย์สมบัติของเขามาทั้งหมดเมื่อไร ฉันจะส่งเด็กทั้งสามไปโรงเรียนประจำที่ไกลที่สุดในยุโรปทันที”

“ปล่อยให้พวกมันเน่าอยู่ที่นั่นไปเลย”

ขณะที่สเตลลากำลังพูด

ลีโอ มายา และลูคัส ค่อย ๆ เดินออกมาจากห้องครัว

เด็กทั้งสามก้มหน้า ตัวสั่น และเดินอย่างหวาดกลัว…

นี่คือบทสรุปและตอนจบของการล้างแค้นอันทรงพลังและสาสมครับ:

สัตว์ร้ายที่ตื่นขึ้น

…พวกเด็ก ๆ เดินถือถาดอาหารเล็ก ๆ ออกมา บนถาดมีเพียงเศษขนมปังแห้ง ๆ และน้ำเปล่าหนึ่งแก้ว ลูคัสที่ตัวเล็กที่สุดก้าวพลาดทำน้ำหกใส่พรมราคาแพง

“ไอ้เด็กเวร! แกทำอะไรลงไปรู้ไหม?!” สเตลลากรีดร้องลั่น เธอผุดลุกขึ้นแล้วจิกหัวลูคัสจนล้มลงไปกองกับพื้น ลีโอรีบเอาตัวเข้าบังน้องสาวและน้องชายตัวน้อย แต่สเตลลากลับคว้าแจกันดอกไม้ใกล้มือทุบลงบนหลังของลีโออย่างแรงจนแตกกระจาย

“พวกแกมันก็แค่กาฝาก! ถ้าพ่อโง่ ๆ ของแกไม่รวย ฉันไม่มีวันลดตัวมามองพวกแกหรอก!” เธอถ่มน้ำลายใส่เด็ก ๆ ก่อนจะลากพวกเขาทั้งสามคนไปขังไว้ในห้องใต้บันไดที่มืดมิดและล็อกประตูจากข้างนอก

ในห้องลับ… แก้วกาแฟในมือของผมแหลกละเอียดด้วยแรงบีบ เลือดไหลซึมตามง่ามนิ้ว แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับหัวใจของผมที่ถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี

น้ำตาของความเป็นพ่อไหลออกมาพร้อมกับความโกรธแค้นที่ท่วมท้น สเตลลาไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับพ่อหม้ายผู้ใจดีอีกต่อไป… เธอได้ปลุก “สัตว์ร้าย” ที่พร้อมจะทำลายล้างชีวิตของเธอให้ย่อยยับลงคามือ

แผนการบดขยี้

ผมไม่ได้เดินออกไปอาละวาดในทันที เพราะความตายหรือการตบตีมันง่ายเกินไปสำหรับผู้หญิงคนนี้ ผมต้องการให้เธอรับรู้ถึงความสิ้นหวังอย่างถึงที่สุด

ผมต่อสายตรงหาหัวหน้าบอดี้การ์ดส่วนตัว สั่งการด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบราวมัจจุราช:

“พาคนของเรามาที่คฤหาสน์เดี๋ยวนี้ นำลูก ๆ ของผมออกไปอย่างเงียบที่สุด แล้วพาไปส่งที่โรงพยาบาล… ส่วนสเตลลา ห้ามใครแตะต้องเธอปล่อยให้เธอเสวยสุขในคฤหาสน์นี้ไปก่อน”

หลังจากลูก ๆ ปลอดภัย แผนการทำลายล้างของผมก็เริ่มต้นขึ้นภายใน 48 ชั่วโมง:

1. ล่อซื้อและตัดทางถอย

ผมใช้บัญชีลับโอนเงินจำนวน 50 ล้านเปโซ เข้าบัญชีของสเตลลา พร้อมส่งข้อความปลอมว่า “เป็นรางวัลสำหรับคนเก่งที่ดูแลลูก ๆ” สเตลลาลิงโลดใจ รีบนำเงินนั้นไปเข้าบ่อนพนันวีไอพีและสั่งซื้อเครื่องเพชรหรูหราทันที โดยไม่รู้เลยว่านั่นคือ “เหยื่อล่อ” ที่จะมัดตัวเธอในข้อหาฉ้อโกงและฟอกเงิน

2. แฉหน้ากากต่อหน้าสาธารณชน

ในคืนวันที่สาม สเตลลาจัดงานปาร์ตี้ส่วนตัวกับแก๊งเพื่อนไฮโซในคฤหาสน์ของผม พวกเธอกำลังหัวเราะเยาะเย้ยลูก ๆ ของผมอย่างสนุกปาก ทันใดนั้น ไฟทั้งคฤหาสน์ก็ดับวูบลง และหน้าจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ในห้องโถงก็สว่างขึ้น

มันฉายภาพคลิปวิดีโอความคมชัดสูง… ภาพที่สเตลลาทุบตีเด็ก ๆ ภาพที่เธอเรียกผมว่า “ไอ้โง่” และคลิปเสียงที่เธอวางแผนจะฮุบสมบัติทั้งหมด วิดีโอนี้ถูกถ่ายทอดสด (Live) ไปยังเพจข่าวสังคมออนไลน์และส่งตรงถึงครอบครัวของเธอพร้อม ๆ กัน เสียงกรีดร้องด้วยความอับอายของสเตลลาดังระงม

จุดจบที่ไม่เหลือชิ้นดี

ประตูคฤหาสน์ถูกพังเข้ามา ไม่ใช่ตำรวจ… แต่เป็นกองทัพนักข่าวและเจ้าหน้าที่ศาลที่ผมจ้างมา พร้อมด้วยหมายจับ

ผมก้าวลงมาจากบันไดหรูในชุดสูทสีดำสนิท สายตาที่ผมมองเธอไม่มีความรักเหลืออยู่เลย มีเพียงความสมเพชและว่างเปล่า

“ก…กาเบรียล! มันไม่ใช่อย่างนั้นนะเบลล่าโดนใส่ร้าย!” สเตลลาคลานเข้ามาเกาะขาผม ร้องไห้จนมาสคาร่าเปรอะเปื้อนใบหน้าสวย ๆ ของเธอ

“สเตลลา… คุณบอกว่าลูก ๆ ของผมเหมือนขยะใช่ไหม?” ผมย่อตัวลงกระซิบข้างหูเธอด้วยเสียงเย็นเฉียบ “ตอนนี้ คุณต่างหากที่ไม่มีค่าแม้แต่จะเป็นขยะ”

  • ล้มละลายและติดคุก: ผมยื่นหลักฐานการทำร้ายทารุณกรรมเด็ก, ข้อหาพยายามฆ่า, และหลักฐานการฟอกเงินทั้งหมดให้ศาล ทรัพย์สินทั้งหมดของเธอและตระกูลของเธอถูกยึดทรัพย์เพื่อชดใช้ค่าเสียหาย ตระกูลสังคมไฮโซของเธอล่มสลายในชั่วข้ามคืน สเตลลาถูกพิพากษาจำคุก 25 ปี โดยไม่มีสิทธิ์ประกันตัว
  • นรกในเรือนจำ: ผมใช้เงินและอิทธิพลทั้งหมดที่มี สั่งปิดปากทุกคนและกดดันให้เธอต้องไปอยู่ในแดนขังที่โหดร้ายที่สุด เธอต้องนอนบนพื้นปูนเย็น ๆ กินข้าวบูด และโดนผู้ต้องขังคนอื่นรุมรังแกทุกวัน… เหมือนกับที่เธอเคยทำไว้กับลูก ๆ ของผม

ท้องฟ้าหลังมรสุม

หนึ่งปีผ่านไป…

คฤหาสน์หลังเดิมถูกรีโนเวทใหม่ให้เต็มไปด้วยแสงสว่างและสวนดอกไม้ที่เด็ก ๆ ชอบ ลีโอ มายา และลูคัส ได้รับการบำบัดจิตใจจนรอยยิ้มสดใสกลับคืนมาอีกครั้ง

เย็นวันหนึ่ง ขณะที่ผมกำลังนั่งดูเด็ก ๆ วิ่งเล่นในสนามหญ้า ลูคัสวิ่งเข้ามากอดคอผมแล้วกระซิบว่า “คุณพ่อครับ พวกเรามีความสุขที่สุดเลย”

ผมกอดลูก ๆ ทั้งสามคนไว้แน่น สายตาของผมมองออกไปบนท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ สัตว์ร้ายในตัวผมได้กลับไปจำศีลแล้ว และตราบใดที่ผมยังอยู่ตรงนี้ ใครหน้าไหนก็ไม่มีวันได้แตะต้องแก้วตาดวงใจของผมอีกเป็นอันขาด