Posted in

ตอนที่ 1: เงินกว่าหนึ่งแสนเปโซต่อเดือน กับห้องปิดตายหลังบ้าน**

ตอนที่ 1: เงินกว่าหนึ่งแสนเปโซต่อเดือน กับห้องปิดตายหลังบ้าน**

ฉันส่งเงินให้ลูกพี่ลูกน้องมากกว่าหนึ่งแสนเปโซ (ราว 60,000 บาทขึ้นไป) ทุกเดือน เพื่อให้เขาดูแลคุณยายที่ป่วยหนักของฉัน

แต่วันที่ฉันกลับบ้านโดยไม่บอกใคร ฉันกลับเจอสิ่งที่ทำให้หัวใจแทบหยุดเต้น

บาดแผลบางอย่างไม่ได้มาจากคนแปลกหน้า
แต่มาจากคนที่เราไว้ใจมากที่สุด

ผมชื่อมิเกล

ตลอด 6 ปี ผมทำงานเป็นวิศวกรอยู่ต่างประเทศ งานหนักมาก หลายคืนแทบไม่ได้นอน แต่ผมไม่เคยบ่น

เพราะผมเชื่อว่าทุกการเสียสละต้องมีความหมาย
โดยเฉพาะเพื่อคุณยายเอเลนา

หลังจากท่านประสบอุบัติเหตุ สุขภาพก็อ่อนแอ เดินแทบไม่ได้ ต้องมีคนดูแลตลอดเวลา

เพราะผมไม่สามารถกลับมาดูแลเองได้ จึงฝากท่านไว้กับลูกพี่ลูกน้องชื่อ “เจสซา”

ตอนนั้นเธอยังไม่มีงานที่มั่นคง
เธอถึงกับร้องไห้ตอนรับปาก

— พี่มิเกล ไม่ต้องห่วงนะคะ
— ฉันจะดูแลคุณยายเหมือนแม่แท้ ๆ ของฉันเอง

ผมเชื่อเธอ

ดังนั้นทุกเดือนผมจึงส่งเงินก้อนใหญ่ไปให้
เพื่อค่าอาหาร
ค่ายา
ค่าดูแล
และความเป็นอยู่ของคุณยาย

ทุกครั้งที่วิดีโอคอล เจสซามักโชว์วิตามินราคาแพง อาหารดี ๆ และบอกว่าสุขภาพคุณยายดีขึ้นเรื่อย ๆ

ผมเชื่อทุกอย่าง

จนกระทั่งวันที่ผมตัดสินใจกลับบ้านโดยไม่บอกใคร

ผมอยากเซอร์ไพรส์คุณยาย
และขอบคุณเจสซาด้วยตัวเอง

แต่ทันทีที่รถผมจอดหน้าบ้าน ผมก็รู้สึกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ

เสียงเพลงดังลั่น
ไฟสีสันฉูดฉาด
รถหรูจอดเต็มหน้าบ้าน

เสียงหัวเราะดังออกมาจากในบ้าน

ผมเดินเข้าไป

และต้องชะงักทันที

บ้านหลังเก่าที่เคยธรรมดา กลายเป็นเหมือนรีสอร์ตหรู

เฟอร์นิเจอร์ใหม่หมด
ของตกแต่งราคาแพง
โต๊ะยาวเต็มไปด้วยอาหารทะเล เค้ก และเครื่องดื่มราคาแพง

กลางงานนั้น

เจสซายืนอยู่

เหมือนดารา

เธอสวมชุดเดรสแบรนด์เนมหรู
สร้อยคอราคาแพง
และนาฬิกาที่แพงยิ่งกว่ารายได้ทั้งปีของคนทั่วไป

เพื่อน ๆ ของเธอปรบมือ

— ยินดีด้วยนะ ประสบความสำเร็จสุด ๆ เลย!
— ชีวิตเธอเหมือนความฝันเลย!

เจสซายิ้มอย่างภูมิใจ

ส่วนผมยืนอยู่ข้าง ๆ อย่างงงงัน

ความสำเร็จ?

ธุรกิจอะไร?

ผมไม่เคยรู้เลยว่าเธอทำงานอะไร

ความอึดอัดเริ่มกดทับหน้าอกผม

ผมไม่เข้าไปกลางงาน
แต่รีบมองหาคุณยาย

แต่ห้องใหญ่ที่สุดในบ้าน…กลับไม่ใช่ของคุณยายอีกแล้ว

มันกลายเป็นห้องแต่งตัวขนาดใหญ่

เต็มไปด้วยกระเป๋าแบรนด์เนม
รองเท้าหรู
น้ำหอม
และเสื้อผ้าใหม่จำนวนมาก

ผมเริ่มใจไม่ดี

ผมถามแม่บ้านที่กำลังเช็ดพื้น

— คุณยายเอเลนาอยู่ไหน?

เธอหน้าซีดทันที มือแทบหลุดจากผ้า

— คุณผู้ชาย… กลับมาแล้วเหรอคะ…

— คุณยายอยู่ไหน?

เธอสั่นไปทั้งตัว ก่อนชี้ไปทางหลังบ้าน

มีห้องเล็ก ๆ เก่า ๆ ซ่อนอยู่หลังพุ่มไม้

หัวใจผมเต้นแรงขึ้นทันที

— ทำไมท่านไปอยู่ที่นั่น?

เธอไม่ตอบ ก้มหน้าอย่างเดียว

ผมรีบวิ่งไป

ห้องเล็กมืดทึบ

และถูกล็อกจากด้านนอก

กุญแจใหม่เอี่ยม

ความรู้สึกเย็นวาบแล่นไปทั้งตัว

ผมทุบประตู

ไม่มีเสียงตอบรับ

ด้านหน้าบ้านยังมีเสียงเพลงดังสนุกสนาน

แต่สำหรับผม ทุกอย่างเหมือนค่อย ๆ เงียบลง

ผมมองผ่านช่องประตู

ข้างในมืดมาก

เห็นเพียงเงาคนหนึ่งนั่งอยู่มุมห้อง

ไม่ขยับ

— คุณยาย!

ผมตะโกน

เงานั้นขยับเล็กน้อย แล้วค่อย ๆ หันมา

ทั้งตัวผมแข็งค้างทันที

ผมไม่รออีกต่อไป

คว้าเหล็กข้างสวน แล้วทุบกุญแจสุดแรง

**ปัง! ปัง! ปัง!**

ในที่สุดมันก็พัง

ประตูเปิดออกช้า ๆ

กลิ่นอับชื้นพุ่งออกมา

ผมเปิดไฟแฟลชมือถือ

แสงส่องเข้าไปในห้องเล็ก ๆ

และเมื่อผมเห็นคนที่นั่งอยู่มุมห้องชัด ๆ…

โทรศัพท์แทบหลุดจากมือผม

นี่คือบทสรุปและจุดจบของเรื่องราวทั้งหมด:

ตอนจบ: คราบน้ำตาและบัญชีแค้นที่ต้องชำระ

เพราะคนคนนั้น… ไม่ใช่คุณยายเอเลนา!

ท่ามกลางแสงไฟจากแฟลชมือถือ ร่างที่ผอมโซจนเห็นกระดูก นอนขดตัวอยู่บนฟูกเก่า ๆ ขาด ๆ บนพื้น คือผู้หญิงวัยกลางคนในสภาพอิดโรย เนื้อตัวมอมแมม และเมื่อเธอลืมตาขึ้นมามองผมด้วยความหวาดกลัว ผมถึงกับอุทานออกมาด้วยความช็อก

“ป้าดอลลี่…!”

เธอคือป้าดอลลี่ แม่แท้ ๆ ของเจสซา ยายสะใภ้ของผมที่เจสซาเคยบอกว่าย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดแล้ว!

“ม…มิเกล ช่วยป้าด้วย…” เสียงของป้าดอลลี่แหบพร่าแทบไม่มีลมหายใจ “เจสซา… เจสซามันขังป้าไว้… มันขู่ว่าจะปล่อยให้ป้าอดตายถ้าป้าบอกแก…”

“แล้วคุณยายล่ะครับป้า?! คุณยายเอเลนาอยู่ไหน?!” ผมถามพลางเข้าไปพยุงร่างที่สั่นเทาของป้าดอลลี่ขึ้นมา หัวใจของผมหล่นวูบไปสู่ความมืดมิด

ป้าดอลลี่ร้องไห้โฮโผเข้ากอดผม “ยายเอเลนา… ท่านจากไปตั้งแต่สองปีที่แล้วแล้วมิเกล! หลังจากแกไปต่างประเทศได้แค่สี่ปี ท่านป่วยหนัก แต่เจสซามันไม่ยอมพาไปโรงพยาบาล มันปล่อยให้ท่านเสียชีวิตในห้องนี้ เพื่อที่มันจะได้ ‘อมเงิน’ หนึ่งแสนเปโซของแกต่อไปทุกเดือน!”

คำสารภาพนั้นเหมือนฟ้าผ่าลงมากลางอก สองปีที่ผ่านมา… วิดีโอคอลทั้งหมดที่ผมเห็น เจสซาใช้ภาพอัดวิดีโอเก่าของคุณยายมาเปิดวนซ้ำ และจ้างคนแก่คนอื่นมานั่งหันหลังให้กล้อง! ส่วนแม่แท้ ๆ ของตัวเองที่พยายามจะเตือนผม กลับถูกลูกสาวบังเกิดเกล้าจับขังลืมไว้ในห้องปิดตายหลังบ้าน เพื่อปิดปาก!

หน้ากากหลุดกลางงานฉลอง

ความเสียใจแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นจนถึงขีดสุด ผมพยุงป้าดอลลี่เดินออกมารับแสงสว่าง ท่ามกลางเสียงดนตรีที่ยังคงบรรเลงอย่างสนุกสนานหน้าบ้าน

ผมพาร่างอันซูบผอมของป้าดอลลี่เดินฝ่าฝูงชนเข้าไปกลางงานเลี้ยงหรูหรา วินาทีที่เจสซาหันมาเห็นผม และเห็นแม่แท้ ๆ ของตัวเองที่เนื้อตัวสกปรกยืนอยู่ข้างผม รอยยิ้มดาราของเธอก็แข็งค้าง แก้วไวน์ราคาแพงในมือร่วงหล่นแตกกระจายบนพื้นเสียงดังเพล้ง!

“พ…พี่มิเกล! กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?!” เจสซาหน้าซีดเผือด ตัวสั่นก้าวถอยหลัง

“กลับมาดูผลงานความสำเร็จของแกไง เจสซา!” ผมตะโกนลั่น เสียงของผมทรงพลังจนแขกทั้งงานเงียบกริบ ดนตรีถูกสั่งปิดทันที “เงินทุกบาทที่ฉันส่งมาให้ดูแลคุณยาย แกเอามาปรนเปรอความสุขบนคราบน้ำตา และปล่อยให้คุณยายต้องตายอย่างโดดเดี่ยวในห้องมืด ๆ นั่นเหรอ?!”

เพื่อน ๆ ของเธอเริ่มซุบซิบและมองเจสซาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ป้าดอลลี่ชี้หน้าลูกสาวตัวเองทั้งน้ำตา “แกมันไม่ใช่คน เจสซา แกขังฉัน แกปล่อยให้คุณยายตาย!”

“ไม่จริง! พวกมันบ้า! พวกมันอิจฉาฉัน!” เจสซากรีดร้องอย่างเสียสติ พยายามจะวิ่งหนีไปขึ้นรถหรูที่จอดอยู่หน้าบ้าน

จุดจบของคนทรยศ

แต่เธอหนีไม่พ้น… เสียงไซเรนของรถตำรวจดังสนั่นขึ้นที่หน้าบ้านทันที เพราะในระหว่างที่ผมทุบประตูห้อง ผมได้กดโทรศัพท์แจ้งความไว้ก่อนแล้ว

เจสซาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจรวบตัวคาชุดเดรสแบรนด์เนม ทรัพย์สินทั้งหมด รถหรู กระเป๋า และบ้านหลังนี้ที่ถูกปรับปรุงด้วยเงินบาป จะถูกยึดทรัพย์เพื่อชดใช้ความเสียหายทั้งหมด เธอถูกดำเนินคดีข้อหาฉ้อโกงหลอกลวง, กักขังหน่วงเหนี่ยวทารุณกรรม และข้อหาหนักที่สุดคือการกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายจากการละเลยไม่ดูแลคุณยาย

ไม่กี่วันต่อมา…

ผมพาป้าดอลลี่ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล และสิ่งแรกที่ผมทำคือการไปที่สุสาน… ผมคุกเข่าลงหน้าหลุมศพของคุณยายเอเลนาที่ถูกฝังอย่างเงียบ ๆ โดยไม่มีแม้แต่ป้ายชื่อที่ดี

น้ำตาของผมไหลอาบแก้มด้วยความรู้สึกผิดอันท่วมท้น “คุณยายครับ… ผมขอโทษที่กลับมาสายไป”

ผมวางดอกไม้สีขาวที่คุณยายชอบไว้บนหลุมศพ ลมเย็น ๆ พัดผ่านราวกับท่านได้รับรู้และให้อภัยผมแล้ว จากนี้ไป ผมจะดูแลป้าดอลลี่ และจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างรอบคอบ บาดแผลจากคนในครอบครัวครั้งนี้จะเตือนใจผมตลอดไปว่า เงินทองไม่เคยซื้อความจริงใจได้ และคนชั่วจะต้องชดใช้กรรมของมันอย่างสาสม

เพราะคนคนนั้น…