Posted in

ก่อนเสียชีวิต สามีของฉันยกอสังหาริมทรัพย์ทั้งสิบห้าแห่งให้เลขานุการสาวที่กำลังตั้งครรภ์—แต่เมื่อเธอไปโอนกรรมสิทธิ์ เจ้าหน้าที่กลับพูดเพียงประโยคเดียวที่ทำให้คำโกหกทั้งหมดพังทลายลง

**ก่อนเสียชีวิต สามีของฉันยกอสังหาริมทรัพย์ทั้งสิบห้าแห่งให้เลขานุการสาวที่กำลังตั้งครรภ์—แต่เมื่อเธอไปโอนกรรมสิทธิ์ เจ้าหน้าที่กลับพูดเพียงประโยคเดียวที่ทำให้คำโกหกทั้งหมดพังทลายลง**

สามวันหลังจากงานศพของสามีฉัน เลขานุการสาวที่กำลังตั้งครรภ์ก็รีบเดินทางไปที่สำนักงานที่ดินทันที

เธอถือเอกสารที่ระบุว่า อสังหาริมทรัพย์ทั้งสิบห้าแห่งในเขตเมโทรมะนิลาได้ถูกยกให้เป็นมรดกแก่เธอ

แต่หลังจากเจ้าหน้าที่พิมพ์ข้อมูลบางอย่างลงในคอมพิวเตอร์ เขากลับเงยหน้ามองเธอแล้วพูดอย่างสงบว่า

“ขออภัยครับ คุณผู้หญิง ไม่มีอสังหาริมทรัพย์แม้แต่แห่งเดียวที่ยังอยู่ในชื่อของผู้เสียชีวิต”

ก่อนจะถึงวันนั้น ทุกคนต่างคิดว่าฉันเป็นฝ่ายพ่ายแพ้

พวกเราอยู่ในห้องพักผู้ป่วยวีไอพีของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในย่านโบนิฟาซิโอ โกลบอล ซิตี้ ตอนที่สามีของฉัน รามอน บียานวยวา เรียกสมาชิกทุกคนในครอบครัวมารวมตัวกัน

ร่างกายของเขาซูบผอมมากแล้ว

ผิวหนังเหลืองซีด

หายใจลำบาก

แต่สติสัมปชัญญะยังชัดเจน

ในห้องนั้นมีแม่สามีของฉัน ลอร์นา น้องชายของเขาชื่อคาร์โล ญาติอีกหลายคน ทนายความ และแน่นอน…ตัวฉันเอง

ฉันชื่อ เอเลนา บียานวยวา

ตลอดสิบปีที่ผ่านมา ฉันเป็นภรรยาของรามอน

เราสร้างทุกอย่างขึ้นมาจากอพาร์ตเมนต์เช่าเล็ก ๆ ในเมืองเกซอนซิตี

ฉันเป็นคนดูแลบัญชี ซัพพลายเออร์ ใบอนุญาต และงานเอกสารทั้งหมด

ส่วนรามอนเป็นคนพบปะนักลงทุนและขยายธุรกิจ

เราช่วยกันสร้างเครือข่ายร้านวัสดุก่อสร้างและธุรกิจปล่อยเช่าอสังหาริมทรัพย์

เมื่อธุรกิจเติบโต เราซื้อคอนโด ทาวน์เฮาส์ และอาคารให้เช่าในหลายพื้นที่ของเมโทรมะนิลา

รวมทั้งหมดสิบห้าแห่ง

มูลค่ารวมเกือบ **100 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 3,600 ล้านบาท)**

โฉนดส่วนใหญ่อยู่ในชื่อของรามอน เพราะเขาบอกว่าการขอสินเชื่อจากธนาคารจะสะดวกกว่า

ฉันเชื่อใจเขา

สิบปีต่อมา ฉันจึงได้รู้ว่าความไว้วางใจคือสิ่งที่มีราคาสูงที่สุดที่ฉันเคยมอบให้ใคร

สายตาของรามอนหันไปทางประตู เมื่อเลขานุการของเขา มารา เรเยส เดินเข้ามา

เธออายุเพียงยี่สิบสี่ปี

สวมชุดคลุมท้องราคาแพง และประคองท้องที่ใหญ่ขึ้นอย่างทะนุถนอม

ฉันเห็นดวงตาของรามอนอ่อนโยนลงทันที

งั้นนี่เอง…คือสายตาที่เขาใช้มองผู้หญิงที่เขารัก

ตลอดสิบปีของชีวิตคู่ ฉันไม่เคยได้รับสายตาแบบนั้นเลยแม้แต่ครั้งเดียว

“เอเลนา” เขาเรียกเสียงแผ่ว “หยิบซองเอกสารในลิ้นชักให้หน่อย”

ฉันเปิดลิ้นชักข้างเตียง

ข้างในมีเอกสารที่เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเตรียมกันไว้นานแล้ว

เป็นเอกสารโอนทรัพย์สิน

ทนายความกระแอมเบา ๆ ก่อนอ่านเนื้อหาออกเสียง

“ต่อหน้าพยานทุกท่าน นายรามอน บียานวยวา มีความประสงค์โอนอสังหาริมทรัพย์ทั้งสิบห้าแห่งที่อยู่ในชื่อของตนให้แก่นางสาวมารา เรเยส โดยสมัครใจ”

ทั้งห้องเงียบกริบ

คาร์โลลุกขึ้นเป็นคนแรก

“พี่พูดจริงเหรอ? อสังหาฯ ทั้งหมด? ให้เลขานุการของพี่เนี่ยนะ?”

แม่สามีหน้าซีดเผือด

“รามอน แล้วเอเลนาล่ะ? เธออยู่กับลูกมาตั้งแต่วันที่ลูกยังไม่มีอะไรเลยนะ!”

แต่รามอนยกมือขึ้น

จากนั้นหันมามองฉัน

ไม่มีความรู้สึกผิด

ไม่มีความละอาย

ไม่มีแม้แต่คำขอโทษ

มีเพียงความเย็นชาของผู้ชายคนหนึ่งที่มั่นใจว่าฉันไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมรับ

“เอเลนา ฉันรู้ว่ามันเจ็บปวด” เขาพูด “แต่มารากำลังตั้งครรภ์ เธอกำลังท้องลูกแฝดสามของฉัน พวกเขาคือลูกของฉัน”

มาราลูบท้องของตัวเองพร้อมก้มหน้าอย่างเขินอาย

แต่รอยยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปากของเธอปิดไม่มิด

“อสังหาริมทรัพย์พวกนั้นจะเป็นหลักประกันอนาคตให้ลูก ๆ ของฉัน” รามอนกล่าวต่อ “ส่วนเธอ ฉันทิ้งหุ้นบริษัทกับเงินที่เหลือในบัญชีธนาคารไว้ให้ เท่านั้นก็เพียงพอให้เธอใช้ชีวิตอย่างสบายแล้ว”

ฉันแทบหัวเราะออกมา

ความจริงแล้ว บริษัทวัสดุก่อสร้างของเรากำลังจะล้มละลาย

รามอนจมอยู่กับหนี้สินจากการลงทุนที่ล้มเหลวและเงินกู้ลับจำนวนมหาศาล

หนี้ของบริษัทต่อธนาคารและซัพพลายเออร์สูงถึง **50 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 1,800 ล้านบาท)**

หุ้นที่เขาทิ้งไว้ให้ฉันไม่ใช่ของขวัญ

มันคือเรือที่กำลังจม

และเขาต้องการให้ฉันจมไปพร้อมกับมัน ขณะที่ผู้หญิงของเขาหนีไปพร้อมอสังหาริมทรัพย์ทั้งสิบห้าแห่ง

มาราเดินเข้ามาหาฉัน

“พี่เอเลนา” เธอพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “หนูขอโทษจริง ๆ เราไม่เคยตั้งใจจะทำร้ายพี่ แต่เรารักกันจริง ๆ”

เธอจับมือฉัน

“พอลูก ๆ คลอดออกมา พวกเขายังเรียกพี่ว่าป้าได้นะ”

ฉันมองหน้าเธอ

จากนั้นหันไปมองรามอน

ฉันรอวันนี้มาสามเดือนแล้ว

ฉันสูดหายใจลึก

แล้วก็ยิ้ม

“ได้สิ”

ทุกคนตกตะลึง

แม้แต่รามอนเองก็ดูไม่อยากเชื่อ

“ฉันยอมรับ” ฉันพูด “ฉันจะจากไปโดยไม่เอาอะไรเลย แม้แต่บาทเดียว”

ดวงตาของมาราเป็นประกายขึ้นทันที

ทนายความยื่นเอกสารยินยอมให้ฉันเซ็น

ฉันลงลายมือชื่อ

เพียงไม่กี่นาทีหลังจากวางปากกา เสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพก็ดังยาวต่อเนื่อง

แพทย์และพยาบาลวิ่งกรูเข้ามา

คืนนั้น รามอนเสียชีวิต

ในวันพิธีศพ มาราสวมชุดสีดำราคาแพงและสร้อยเพชรเส้นหนึ่ง ซึ่งรามอนเคยบอกฉันว่าเขาซื้อให้ “ลูกค้าคนสำคัญ”

เธอไม่รู้สึกละอายเลยแม้แต่น้อยที่ใส่มันต่อหน้าฉัน

หลังพิธีศพจบลง เธอเดินเข้ามาหา

“พี่เอเลนา พรุ่งนี้ไปสำนักงานที่ดินด้วยกันนะคะ” เธอถาม “จะได้โอนกรรมสิทธิ์ให้เสร็จเร็ว ๆ”

ฉันรู้ว่าเธออยากเห็นความพ่ายแพ้ของฉันด้วยตาตัวเอง

ฉันยิ้ม

“แน่นอน”

เช้าวันถัดมา เราเดินทางไปสำนักงานที่ดินในเมืองปาซิกด้วยกัน

มารายื่นเอกสารทั้งหมดด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ

“มีทั้งหมดสิบห้าแห่งค่ะ” เธอพูด “คุณรามอน บียานวยวา ยกมรดกให้ฉันทั้งหมด”

เจ้าหน้าที่เริ่มพิมพ์ข้อมูล

เวลาผ่านไปทีละนาที

รอยยิ้มบนใบหน้าของมาราค่อย ๆ เลือนหาย

เจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารอีกครั้ง

แล้วพิมพ์ข้อมูลซ้ำ

ในที่สุดเขาก็เงยหน้าขึ้น

“คุณผู้หญิงครับ ดูเหมือนจะมีปัญหาบางอย่าง”

“หมายความว่ายังไงคะ?” มาราถามทันที

เจ้าหน้าที่ตอบอย่างเรียบเฉย

“เมื่อสามเดือนก่อน อสังหาริมทรัพย์ทั้งสิบห้าแห่งนี้ไม่ได้อยู่ในชื่อของคุณรามอน บียานวยวาอีกต่อไปแล้ว”

มาราลุกพรวดขึ้น

“อะไรนะ?!”

เจ้าหน้าที่วางเอกสารที่พิมพ์ออกมาลงบนโต๊ะ

“ดังนั้นจึงไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์เหล่านี้ให้คุณได้”

มือของมาราสั่นเทาขณะคว้ากระดาษแผ่นนั้น

ทันทีที่เห็นชื่อเจ้าของปัจจุบัน

หัวเข่าของเธอก็อ่อนแรง

เธอทรุดตัวลงนั่งกับพื้น

จากนั้นค่อย ๆ หันมามองฉัน

ใบหน้าซีดขาวราวกับกระดาษ

“พี่เอเลนา…” เธอกระซิบ “พี่ทำอะไรลงไปกันแน่?”

ฉันก้าวเข้าไปหาเธออย่างช้า ๆ ย่อตัวลงในระดับสายตา แล้วมองดูเลขานุการสาวผู้เย่อหยิ่งที่บัดนี้สภาพไม่ต่างจากนกปีกหัก

“ฉันไม่ได้ทำอะไรเลย มารา” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง “ฉันแค่ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย… กฎหมายที่รามอนคิดว่าเขาฉลาดกว่ามัน”

ความจริงที่มาราเห็นบนแผ่นกระดาษ คือชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ทั้งสิบห้าแห่งได้เปลี่ยนเป็น บริษัท เอเลนา โฮลดิ้งส์ จำกัด ตั้งแต่สามเดือนก่อน—ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ฉันจับได้ว่าพวกเขาลักลอบคบกัน และเป็นช่วงที่รามอนเริ่มแอบยักยอกเงินบริษัทไปปรนเปรอเธอ

ตลอดเวลาที่ผ่านมา รามอนคิดว่าตัวเองเป็นฝ่ายควบคุมเกม เขาคิดว่าโฉนดที่เป็นชื่อของเขาจะทำให้เขาขยับขยายอย่างไรก็ได้ แต่เขาลืมไปว่า… ในฐานะภรรยาที่ร่วมสร้างธุรกิจมาด้วยกันตั้งแต่ศูนย์และเป็นคนดูแลระบบบัญชีทั้งหมด ฉันมีหลักฐานการเดินบัญชีทุกบาททุกสตางค์ที่พิสูจน์ได้ว่า เงินที่นำไปซื้ออสังหาริมทรัพย์เหล่านั้น มาจากรายได้ของบริษัทร่วมทุนและสินสมรสของเรา ไม่ใช่เงินส่วนตัวของเขา

เมื่อสามเดือนก่อน ฉันยื่นฟ้องต่อศาลอย่างเงียบ ๆ เพื่อขอแบ่งสินสมรสและบรรเทาทุกข์ฉุกเฉิน เนื่องจากพฤติกรรมพยายามยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินของผู้ตาย ศาลจึงมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวและอนุมัติให้โอนสินทรัพย์เหล่านั้นเข้าสู่บริษัทโฮลดิ้งที่ฉันจัดตั้งขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้ทรัพย์สินงอกเงยของครอบครัวถูกทำลาย

“แต่… แต่รามอนเซ็นยกให้ฉันแล้ว! ทนายก็เป็นพยาน!” มาราครางโวยวายทั้งน้ำตา พยายามชูเอกสารพินัยกรรมไร้ค่าในมือ

“พินัยกรรมหรือหนังสือโอนกรรมสิทธิ์ จะมีผลก็ต่อเมื่อผู้โอนมีสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นในขณะที่โอน” ฉันอธิบายอย่างใจเย็น “ในวันที่รามอนเซ็นเอกสารฉบับนี้ให้เธอที่โรงพยาบาล เขาไม่มีชื่อเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์พวกนั้นแล้ว สิ่งที่เขาเซ็นให้เธอ… จึงเป็นเพียงแค่กระดาษเปล่าที่มีลายเซ็นของคนตาย”

มาราเบิกตากว้าง ร่างกายสั่นสะท้านเมื่อความจริงกระแทกเข้าอย่างจัง คำโกหกเรื่อง ‘ความรักแท้’ และอนาคตที่โรยด้วยกลีบกุหลาบพังทลายลงตรงหน้า สิ่งเดียวที่เธอเหลืออยู่ตอนนี้ไม่ใช่คฤหาสน์หรือคอนโดหรู… แต่เป็นลูกแฝดสามในท้องที่ไม่มีพ่อ และไม่มีมรดกใด ๆ ตกถึงท้อง

“อ้อ… แล้วก็มีอีกเรื่องที่เธอควรจะรู้ไว้นะ” ฉันลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดฝุ่นที่กระโปรงเบา ๆ “หุ้นบริษัทและบัญชีธนาคารที่รามอนทิ้งไว้ให้ฉันในพินัยกรรมน่ะ… ฉันเซ็นปฏิเสธการรับมรดกส่วนนั้นไปแล้วตั้งแต่อยู่ที่โรงพยาบาล”

มาราเงยหน้ามองฉันอย่างไม่เข้าใจ

“นั่นหมายความว่า หนี้สินของบริษัทวัสดุก่อสร้างจำนวน 50 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง รวมถึงเงินกู้นอกระบบทั้งหมดของรามอน จะตกเป็นหน้าที่ของกองมรดกของผู้เสียชีวิต ซึ่งก็คือ ‘ทายาทโดยธรรม’ ของเขา… ซึ่งรวมถึงลูกแฝดสามในท้องของเธอที่กำลังจะเกิดมาด้วย เจ้าหนี้คงจะเริ่มตามหาเธอเร็ว ๆ นี้ เตรียมเงินไว้จ่ายค่าทนายพิทักษ์ทรัพย์ด้วยละกันนะ”

“ไม่จริง… ไม่จริง! พี่ทำแบบนี้กับหนูไม่ได้!” มารากรีดร้องเสียงหลง เจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินและผู้คนรอบ ๆ เริ่มหันมามองด้วยความสมเพช

ฉันไม่ได้หันหลังกลับไปมองเธออีกเลย

ฉันเดินออกจากสำนักงานที่ดิน ท่ามกลางแสงแดดอันสดใสของเมโทรมะนิลา สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดลึก ๆ เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี สิบปีที่ฉันเสียไปกับการทุ่มเทให้ผู้ชายทรยศ ได้รับการชดเชยด้วยความยุติธรรมและอสังหาริมทรัพย์ทั้งสิบห้าแห่งที่จะเป็นรากฐานในชีวิตใหม่ของฉัน

เกมนี้รามอนคิดว่าเขาชนะจนวินาทีสุดท้ายของชีวิต โดยที่ไม่รู้เลยว่า หมากทุกตัวบนกระดาน… ฉันเป็นคนเดินมันเองทั้งหมดมาตั้งแต่ต้น