ฉันถูกรางวัลลอตเตอรี่ 200 ล้านบาทในช่วงที่กำลังมีปัญหากับแฟน—เขาคิดว่าฉันกำลังจะตกงาน จึงผลักไสฉันไปให้เพื่อนของเขา
คืนวันที่ฉันถูกรางวัลลอตเตอรี่ 200 ล้านบาท คนแรกที่ฉันอยากช่วยเหลือคือแฟนของฉัน
แต่ก่อนที่ฉันจะบอกความจริงกับเขา ฉันกลับบอกว่าอาจจะถูกเลิกจ้างจากงาน
เขาเงียบไปหลายวินาที
จากนั้นก็ตอบกลับมาว่า
“ถ้าอย่างนั้น ช่วงนี้อย่าเพิ่งมาที่บ้านเลยนะ แม่คงคิดมาก”
วินาทีนั้นเอง ฉันเพิ่งรู้ว่าเปาโลไม่ได้รักฉันจริง
เขาแค่ใช้ประโยชน์จากฉันเท่านั้น
ตอนนั้นฉันยืนอยู่กลางสถานีรถไฟฟ้า มือที่ถือโทรศัพท์สั่นจนแทบควบคุมไม่ได้ ด้านหลังเคสโทรศัพท์มีลอตเตอรี่ใบหนึ่งสอดอยู่
ลอตเตอรี่ใบนั้นเปลี่ยนชีวิตฉันได้ทั้งชีวิต
200 ล้านบาท
แม้หักภาษีแล้ว ก็ยังมากพอที่จะปิดหนี้คอนโดของเปาโล จ่ายค่าผ่าตัดให้แม่ของเขา และช่วยพยุงบริษัทสตาร์ทอัปด้านเทคโนโลยีของเขาที่กำลังใกล้ล้มละลาย
เราคบกันมา 4 ปี
4 ปีที่ฉันเชื่อว่า ถ้ารักใครสักคนจริง เราต้องอยู่เคียงข้างเขาในวันที่ตกต่ำที่สุด จนกว่าเขาจะลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง
แต่ฉันไม่เคยรู้เลยว่า ในขณะที่ฉันกำลังพยุงเขาอยู่ เขากลับค่อย ๆ ดึงฉันให้จมลงไปด้วย
ทุกอย่างเริ่มต้นจากวันที่แย่มากวันหนึ่งในที่ทำงาน
ฉันชื่อมารา เป็นเจ้าหน้าที่อาวุโสฝ่ายดูแลลูกค้าในบริษัทการตลาดแห่งหนึ่ง
วันนั้นลูกค้าตำหนิงานของฉันต่อหน้าทีมทั้งหมด
“งานนี้เหมือนใช้เทมเพลตเดิมเลย คุณได้อ่านบรีฟจริงหรือเปล่า?”
ฉันยิ้มและกล่าวขอโทษ แต่ข้างในกลับแตกสลาย
หลังประชุม ฉันลงไปซื้อกาแฟที่ร้านสะดวกซื้อ และบังเอิญเห็นแผงลอตเตอรี่
ฉันไม่ใช่คนที่ชอบเสี่ยงโชค
และไม่เคยคิดว่าจะรวยทางลัด
แต่วันนั้นฉันเหนื่อยเหลือเกิน
ฉันแค่อยากซื้อความหวังเล็ก ๆ สักใบ
คืนนั้น หลังจากทำงานจนเกือบเที่ยงคืน ฉันเช็กผลรางวัลระหว่างนั่งรถไฟฟ้ากลับบ้าน
ตอนแรกฉันคิดว่าตัวเองอ่านผิด
ครั้งที่สอง นิ้วมือของฉันเย็นเฉียบ
ครั้งที่สาม ฉันทรุดตัวลงนั่งราวกับหายใจไม่ออก
หญิงชราคนหนึ่งเดินเข้ามาถาม
“หนูเป็นอะไรหรือเปล่า?”
ฉันพยักหน้า
“ไม่เป็นไรค่ะ”
แต่เสียงของฉันฟังดูไม่เหมือนของตัวเอง
ฉันถูกรางวัล
ไม่ใช่รางวัลเล็ก ๆ
ไม่ใช่รางวัลปลอบใจ
แต่เป็นแจ็กพอต
สิ่งแรกที่ฉันนึกถึงไม่ใช่บ้านใหม่ รถใหม่ หรือการท่องเที่ยว
แต่เป็นเปาโล
ฉันนึกถึงคืนที่เขาร้องไห้เพราะถูกธนาคารทวงหนี้
นึกถึงวันที่เขาต้องก้มหัวต่อหน้านักลงทุนที่ปฏิเสธเขา
นึกถึงแม่ของเขาที่อ่อนแรงหลังการฟอกไต
และนึกถึงพ่อของเขาที่นั่งเงียบ ๆ อยู่มุมห้อง พลิกดูใบเสร็จค่ายา
ฉันบอกตัวเองว่า
“ในที่สุด ความลำบากของเขาก็จะจบลงเสียที”
ฉันวางแผนทุกอย่างไว้แล้ว
รับเงินรางวัลอย่างถูกต้อง
ปรึกษาทนาย
นำเงินส่วนใหญ่เข้ากองทรัสต์
แล้วค่อยบอกเปาโล
ฉันอยากเห็นรอยยิ้มของเขา
แต่ก่อนจะทำแบบนั้น จู่ ๆ ก็มีความรู้สึกหนักอึ้งในอก
เราไม่ได้คุยกันมา 3 วันแล้ว
เราเพิ่งทะเลาะกันเรื่องแม่ของเขา
คืนหนึ่งแม่ของเขาโทรมาหาฉัน
“มารา ลูก พอจะให้เรายืมเงิน 430,000 บาทก่อนได้ไหม โรงพยาบาลต้องการเงินมัดจำ”
ฉันเงียบไป
ไม่ใช่เพราะไม่อยากช่วย
แต่ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ฉันเป็นคนช่วยเหลือพวกเขามาโดยตลอด
ฉันเคยให้เปาโลยืมเงินหลายแสนบาทเพื่อจ่ายเงินเดือนพนักงาน
เคยช่วยผ่อนคอนโดของเขาหลายเดือน
และยังเคยจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้พ่อของเขาด้วย
ทุกครั้งที่เขาขอบคุณ เขาจะพูดเหมือนเดิมเสมอ
“เดี๋ยวผมจะคืนให้คุณนะมารา ขอแค่ผมลุกขึ้นได้ก่อน”
ฉันไม่เคยทวง
แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันไม่มีขีดจำกัด
ฉันจึงตอบแม่ของเขาว่า
“คุณป้าคะ ให้เปาโลเป็นคนคุยกับหนูเรื่องนี้ได้ไหมคะ”
ปลายสายเงียบไป
ก่อนจะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“คบกันมาตั้ง 4 ปีแล้ว ทำไมยังทำเหมือนเราเป็นคนนอกอีกล่ะ”
เมื่อฉันเล่าให้เปาโลฟัง
สิ่งแรกที่เขาพูดไม่ใช่
“คุณลำบากใจหรือเปล่า”
แต่เป็น
“แม่ผมป่วยอยู่แล้ว คุณยังจะทำให้แม่รู้สึกว่าเราสนใจแต่เงินอีกเหรอ”
นั่นคือจุดเริ่มต้นของการทะเลาะ
และตอนนี้ เมื่อฉันกลายเป็นเศรษฐี ฉันอยากรู้ว่าเขาจะเป็นอย่างไร ถ้าฉันไม่มีอะไรจะให้เขาอีก
ฉันจึงส่งข้อความไปหาเขา
“บริษัทกำลังจะปลดพนักงาน ฉันอาจเป็นหนึ่งในนั้น”
ห้านาทีต่อมา เขาตอบกลับ
“แน่ใจหรือยัง?”
“ยังไม่แน่ แต่มีโอกาสสูง”
เขาหายไปอีกสามนาที
จากนั้นข้อความก็เด้งขึ้นมา
“ถ้างั้นช่วงนี้อย่าเพิ่งมาบ้านนะ แม่เครียดอยู่ ไม่อยากให้คิดมากกว่าเดิม”
ฉันจ้องหน้าจอ
แล้วหัวเราะออกมาเบา ๆ
ไม่ใช่เสียงหัวเราะแห่งความสุข
แต่เป็นเสียงหัวเราะของคนที่หัวใจแตกสลาย
ตอนฉันมีงาน ฉันคือว่าที่ลูกสะใภ้
แต่ถ้าฉันตกงาน ฉันกลับกลายเป็นภาระ
ฉันคิดว่านั่นคงเจ็บที่สุดแล้ว
แต่ตอนสี่ทุ่ม เปาโลส่งข้อความมาอีก
“พักผ่อนก่อนนะ จัดการชีวิตตัวเองให้เรียบร้อย”
ฉันไม่ได้ตอบ
ไม่กี่นาทีต่อมา เขาส่งพิกัดร้านอาหารส่วนตัวแห่งหนึ่งมา
“พรุ่งนี้ 1 ทุ่ม ไปเจอฮานซ์นะ”
ฉันขมวดคิ้ว
“ฮานซ์คือใคร?”
“เพื่อนผม ฮานซ์ เวลาสโก เขาได้เงินชดเชยจากที่ดินของครอบครัว มีอพาร์ตเมนต์หลายแห่ง เป็นคนดี ไม่เรื่องมาก”
แล้วข้อความถัดมาก็ตามมา
“เขาไม่ดูถูกคุณหรอก ถึงจะไม่มีงานก็เถอะ เขาแค่อยากได้ผู้หญิงดี ๆ มาใช้ชีวิตด้วย”
เหมือนมีมีดบาง ๆ กรีดผ่านหัวใจฉัน
“เขาไม่ดูถูกคุณ ถึงจะไม่มีงานก็ตาม”
จากนั้นเปาโลก็ส่งข้อความเสียงมา
“มารา อย่าคิดมากนะ ผมไม่ได้ไล่คุณหรอก ผมแค่คิดว่าคุณอาจมีชีวิตที่มั่นคงกว่ากับฮานซ์ ส่วนผมยังมีปัญหาอีกเยอะ อย่างน้อยเขาก็เลี้ยงดูคุณได้”
ฉันฟังซ้ำสองรอบ
ผู้ชายที่ฉันกำลังจะใช้เงินช่วยปลดหนี้ ช่วยแม่ของเขา และกอบกู้ธุรกิจของเขา
ตอนนี้กลับพยายามส่งฉันให้ผู้ชายคนอื่น
เพียงเพราะคิดว่าฉันกำลังจะตกงาน
ฉันตอบกลับไปเพียงคำเดียว
“ได้”
เขาตอบกลับแทบจะทันที
“อย่าดราม่านะ พรุ่งนี้แต่งตัวให้ดูดีหน่อย ฮานซ์ชอบผู้หญิงเรียบง่าย สุภาพ”
วันรุ่งขึ้น ฉันใส่เสื้อผ้าที่เรียบง่ายที่สุด
เสื้อเชิ้ตสีขาว
กางเกงสแลคสีดำ
ต่างหูคู่เล็ก
ไม่มีแบรนด์หรู
ไม่มีอะไรบ่งบอกว่าฉันมีเงิน 200 ล้านบาทอยู่ในมือ
แต่ลอตเตอรี่ใบนั้นยังอยู่หลังเคสโทรศัพท์ของฉัน
เมื่อเดินเข้าไปในร้านอาหาร ฉันเห็นฮานซ์ทันที
เขาไม่ได้ดูเป็นคนหยิ่งผยองเลย
เขายืนอยู่ปลายห้องส่วนตัว สีหน้าจริงจัง
ข้าง ๆ เขา เปาโลนั่งอยู่ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เปาโลยิ้มเมื่อเห็นฉัน
“มารา คุณมาแล้ว”
ฉันไม่ตอบ
ฮานซ์ลุกขึ้นยืน มองฉัน ก่อนจะหันไปมองเปาโล
“มารา” เขาพูดอย่างสงบ “ก่อนที่เราจะเริ่ม ผมคิดว่าคุณควรรู้อะไรบางอย่าง”
เขาหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลจากโต๊ะ แล้วเลื่อนมาตรงหน้าฉัน
เมื่อฉันเปิดดู
ฉันเห็นชื่อของตัวเองอยู่บนเอกสารที่ฉันไม่เคยเซ็น
และด้านล่าง…

มีลายเซ็นของฉัน
ลายเซ็นปลอม
จากนั้นฮานซ์ก็พูดประโยคที่ทำให้ฉันแทบหยุดหายใจ
“เปาโลใช้ชื่อคุณเป็นผู้ค้ำประกันหนี้ของบริษัทเขา”
บทสรุป: ราคาของความภักดี และจุดจบของคนลวงโลก
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างต่อเนื่อง ฉันจ้องมองเอกสารค้ำประกันเงินกู้ในมือ ลายเซ็นชื่อ “มารา” ที่คุ้นตาเด่นหราอยู่บนหน้ากระดาษ แต่มันไม่ใช่ลายเซ็นของฉัน
เปาโลหน้าถอดสีทันที เขารีบลุกขึ้นยืน ท่าทางเลิกล่กและพยายามจะคว้าเอกสารนั้นคืน
“ฮานซ์! มึงทำบ้าอะไรวะ! เราตกลงกันแล้วไงว่าเรื่องนี้กูจะเคลียร์เอง!” เปาโลตะคอกใส่เพื่อน เสียงสั่นเครือด้วยความตื่นตระหนก
ฮานซ์ไม่ได้สนใจเปาโล เขามองตรงมาที่ฉันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสมเพชและความจริงใจ “มารา… เปาโลมันไม่ได้พาคุณมาแนะนำให้ผมรู้จักเพราะอยากให้คุณมีชีวิตที่ดีหรอก แต่มันขายคุณให้ผม เพื่อแลกกับการให้ผมล้างหนี้ก้อนนี้และถอนฟ้องคดีปลอมแปลงเอกสาร”
ความจริงอันน่ารังเกียจถูกแผ่ขยายออกมาราวกับฉากหนังฆาตกรรม เปาโลไม่ได้ผลักไสฉันเพราะกลัวฉันลำบาก แต่เขาต้องการสะบัดฉันทิ้งหลังจากสูบเลือดสูบเนื้อจนหมด และใช้ฉันเป็นหมากตัวสุดท้ายในการเอาตัวรอด
ฉันไม่ได้ร้องไห้ ความเสียใจมันเลยจุดนั้นไปนานแล้ว เหลือเพียงความสมเพชในความโง่เขลาของตัวเองตลอด 4 ปีที่ผ่านมา
“มารา ฟังผมก่อน…” เปาโลคุกเข่าลงข้าง ๆ ฉัน พยายามจะจับมือ “ผมไม่มีทางเลือก บริษัทกำลังจะล้มละลาย แม่ก็ต้องผ่าตัด ถ้าผมติดคุก ทุกอย่างก็จบ… ผมคิดว่าฮานซ์เขาชอบคุณ เขาจะดูแลคุณได้ และหนี้ชื่อคุณก็จะหมดไปด้วย”
ฉันดึงมือกลับอย่างช้าๆ แล้วหันไปหาฮานซ์ “คุณฮานซ์คะ หนี้ทั้งหมดในเอกสารนี้ รวมดอกเบี้ยแล้วเป็นเงินเท่าไหร่คะ?”
ฮานซ์ขมวดคิ้วเล็กน้อย ท่าทางประหลาดใจกับความสงบของฉัน “ทั้งหมด 12 ล้านบาทครับ”
เปาโลแค่นหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา “มารา คุณจะถามทำไม? คุณกำลังจะตกงานนะ! คุณไม่มีปัญญาจ่ายหรอก ให้ฮานซ์ช่วยน่ะดีที่สุดแล้ว!”
ฉันไม่ได้ตอบเปาโล แต่หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา ถอดเคสใสที่ด้านหลังออกอย่างช้าๆ ดึงลอตเตอรี่ใบนั้นวางลงบนโต๊ะอาหารหรูหรา
“นี่คือลอตเตอรี่รางวัลแจ็กพอต 200 ล้านบาทของงวดล่าสุดค่ะ” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่ทรงพลัง “ฉันตั้งใจจะนำเงินก้อนนี้มาปิดหนี้คอนโดให้คุณ จ่ายค่าผ่าตัดให้แม่ของคุณ และชุบชีวิตบริษัทของคุณ… เปาโล”
เปาโลเบิกตากว้างจนแทบถลน จ้องมองกระดาษใบเล็กบนโต๊ะสลับกับหน้าฉัน ราวกับเห็นผี “ไม่… ไม่จริง… คุณโกหก! คุณเพิ่งบอกว่ากำลังจะตกงาน!”
“ถ้าฉันไม่ลองใจคุณ ฉันจะรู้เหรอว่าผู้ชายที่ฉันรักสุดหัวใจ มองฉันเป็นแค่สินค้าไว้ขัดดอก?” ฉันยิ้มหยัน “แค่ฉันบอกว่าจะตกงาน คุณก็ห้ามฉันเข้าบ้าน และพร้อมจะโยนฉันให้ผู้ชายคนอื่นทันที”
ห้องทั่งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง เปาโลทรุดตัวลงกับพื้นอย่างหมดแรง หน้าตาซีดเผือดเหมือนคนกำลังจะขาดใจ เขาพยายามจะคว้าขาฉัน “มารา… ผมผิดไปแล้ว มารา… ผมรักคุณนะ เรากลับมาเริ่มต้นกันใหม่นะ เงิน 200 ล้านนั่น… มันช่วยเราได้ทั้งหมดเลยนะมารา!”
ฉันมองเขาด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ก่อนจะหันไปหาฮานซ์
“คุณฮานซ์คะ ฉันจะให้ทนายความส่วนตัวติดต่อคุณมาภายในคืนนี้ เพื่อชำระหนี้ 12 ล้านบาททั้งหมด และฉันขอรบกวนให้คุณดำเนินคดีข้อหาปลอมแปลงเอกสารและฉ้อโกงกับเปาโลให้ถึงที่สุด โดยไม่ต้องยอมความ… ค่าทนายทั้งหมดฉันจะเป็นคนออกเองค่ะ”
ฮานซ์จ้องมองฉันด้วยความทึ่ง ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาบางๆ “ยินดีครับคุณมารา คนแบบนี้ไม่ควรได้รับโอกาสซ้ำสอง”
“มารา! อย่าทำแบบนี้! แม่ผมจะอยู่ยังไง! คอนโดผมจะถูกยึดนะ!” เปาโลร้องไห้โฮโวยวายเหมือนคนบ้า ทุบพื้นร้านอาหารอย่างสิ้นหวัง
ฉันลุกขึ้นยืน หยิบลอตเตอรี่ 200 ล้านบาทเก็บเข้ากระเป๋าอย่างสง่างาม ไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองผู้ชายที่นั่งร้องไห้อยู่บนพื้น
“ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ฉันพยุงคุณเพราะรัก… แต่วันนี้ เงิน 200 ล้านของฉัน มีไว้เพื่อซื้อชีวิตใหม่ที่ไม่มีคุณ”
ฉันเดินออกจากร้านอาหารส่วนตัวแห่งนั้น ลมเย็นๆ ของค่ำคืนปะทะใบหน้า แสงไฟจากเมืองหลวงดูสวยงามกว่าที่เคยเป็น มือของฉันไม่ได้สั่นอีกต่อไปแล้ว
ต่อจากนี้ไป… ชีวิตที่เป็นของฉันอย่างแท้จริง กำลังจะเริ่มต้นขึ้น