Posted in

คืนวันแต่งงาน แม่สามีบังคับให้มานอนตรงกลางระหว่างเราสองคนเพราะ “ความเชื่อเรื่องการสืบทอดลูกชาย”—แต่พอเวลาตี 3 ตรง ฉันกลับรู้สึกถึงบางอย่างที่เสียดสีหลังอยู่ตลอดเวลา พอหันไปมอง ฉันถึงกับเข่าอ่อนด้วยความกลัว เมื่อได้เห็น…

คืนวันแต่งงาน แม่สามีบังคับให้มานอนตรงกลางระหว่างเราสองคนเพราะ “ความเชื่อเรื่องการสืบทอดลูกชาย”—แต่พอเวลาตี 3 ตรง ฉันกลับรู้สึกถึงบางอย่างที่เสียดสีหลังอยู่ตลอดเวลา พอหันไปมอง ฉันถึงกับเข่าอ่อนด้วยความกลัว เมื่อได้เห็น…

คืนวันแต่งงานของเรา มันควรจะเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดในชีวิต แต่ทันทีที่เราก้าวเข้าไปในห้องนอน ประตูก็ถูกเปิดออกกะทันหัน

พ่อสามีของฉัน (Mang Isko)—ชายวัย 60 กว่า ร่างกายผอมเพรียว แต่มีแววตาที่ยากจะคาดเดา—เดินเข้ามาพร้อมกับถือหมอนและผ้าห่ม

“คืนนี้พ่อจะนอนตรงกลางระหว่างพวกเธอ” เขาพูดด้วยสายตาที่แน่วแน่ “ครอบครัวเรามีความเชื่อโบราณ ในคืนแรกต้องมี ‘ทางผ่าน (vía)’ ของผู้ชายที่มีลูกชายมานอนคั่นกลาง—เพื่อให้ได้หลานชายทันใจ ปู่ของเจ้าก็ทำแบบนี้เหมือนกัน”

ฉันหันไปมอง เปาโล (Paolo) สามีของฉัน หวังว่ามันจะเป็นแค่เรื่องล้อเล่น แต่เขากลับแค่ยิ้มเจื่อนๆ และพูดด้วยน้ำเสียงฝืนๆ

“แค่คืนเดียวเองนะที่รัก… ที่บ้านผมเขาถือกันแบบนี้จริงๆ”

ฉันอยากจะปฏิเสธใจจะขาด แต่ฉันรู้ดีว่าถ้าฉันโวยวายในคืนนั้น ฉันจะกลายเป็น “ลูกสะใภ้ที่ไม่รู้จักกาลเทศะ” หรือผู้หญิงที่ “เข้ากับครอบครัวสามีไม่ได้” ฉันจึงได้แต่เงียบ—และกลืนความขัดใจนั้นลงไป

เราสามคนนอนบนเตียงเดียวกัน ฉันนอนริมสุด เปาโลแทบจะตกขอบเตียงอีกฝั่ง และมีพ่อสามีนอนอยู่ตรงกลาง ห่มผ้ามิดชิด

ฉันนอนไม่หลับเลย มันเป็นความรู้สึกที่หนักอึ้ง อึดอัด และไม่สบายตัว—แถมยังมีความรู้สึกแปลกๆ เหมือนมีบางอย่างเสียดสีที่แผ่นหลังของฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ฉันพยายามข่มใจไม่สนใจมัน

แต่พอเวลา ตี 3 ตรง ความรู้สึกนั้นมันเลื่อนลงไปถึงต้นขา ฉันเริ่มทนไม่ไหว จึงรีบลุกขึ้นนั่งแล้วหันกลับไปมองทันที—

และตรงนั้นเอง…
โลกของฉันเหมือนหยุดหมุน

ท่ามกลางความสลัวของไฟสีส้มสลัวในห้อง ฉันเห็นเงาร่างของพ่อสามีนอนนิ่งสนิทภายใต้ผ้าห่มผืนหนา แต่สิ่งที่ทำให้ฉันเลือดในกายเย็นเฉียบ ไม่ใช่ตัวเขา… แต่คือสิ่งที่กำลังเลื้อยออกมาจากใต้ผ้าห่มตรงช่วงเอวของเขา

มันคือ งูเห่าสีดำสนิท เกล็ดของมันวาววับสะท้อนแสงไฟที่รอดผ่านหน้าต่าง มันไม่ได้เสียดสีฉันด้วยร่างกายของมนุษย์ แต่มันกำลังขดตัวและชูคอแผ่แม่เบี้ยอยู่ข้างๆ พ่อสามีที่ยังคงหลับตาพริ้มราวกับตกอยู่ในภวังค์

ฉันพยายามจะกรีดร้อง แต่ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา ทันใดนั้น พ่อสามีก็ลืมตาขึ้นช้าๆ แววตาของเขาในตอนนั้นไม่ใช่แววตาของมนุษย์ แต่มันมีรูม่านตาเรียวเล็กเหมือนกับสัตว์เลื้อยคลานตรงหน้า

“อย่ากลัวไปเลยลูกสะใภ้…” เขาพูดด้วยเสียงแหบพร่าคล้ายเสียงขู่ฟ่อ “นี่ไม่ใช่แค่ความเชื่อ แต่มันคือ ‘การสืบทอด’ ตระกูลเราไม่ได้มีแค่เลือดมนุษย์ แต่เรามีสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นคุ้มครองอยู่”

เขายื่นมือที่เหี่ยวย่นไปลูบหัวงูตัวนั้นอย่างแผ่วเบา ราวกับมันเป็นลูกในไส้ ก่อนจะหันมาสบตาฉันด้วยรอยยิ้มที่ชวนขนลุก

“คืนนี้… เจ้าหน้าที่ทำทางผ่านเสร็จสิ้นแล้ว พรุ่งนี้เจ้าจะอุ้มท้องทายาทที่แข็งแกร่งที่สุดของพวกเรา”

ฉันหันไปมองเปาโลด้วยความหวังว่าเขาจะช่วย แต่สิ่งที่เห็นกลับทำให้ฉันเข่าอ่อนยิ่งกว่าเดิม… เปาโลนอนลืมตานิ่ง ร่างกายของเขาแข็งทื่อ และบนลำคอของเขามีรอยเกล็ดสีดำเริ่มปรากฏขึ้นมาทีละนิด

ความจริงที่แสนน่ากลัวพุ่งเข้าชนฉันอย่างจัง—ที่นี่ไม่ใช่บ้านที่แสนอบอุ่น และนี่ไม่ใช่งานแต่งงานในฝัน แต่มันคือการคัดเลือก “แม่พันธุ์” เพื่อสืบสายเลือดที่ไม่ใช่มนุษย์ให้คงอยู่ตลอดไป!